วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Slice Machine

                                                                 Slice  Machine
The diagram and the principle work
            The  Slice Machine  is the principle works to beg for motor will be using the gearwheel carries to 
turn the connection stays with the floating axle. It will go to turn knife dish gives it can work while we turn the gearwheel carries . We still set up the dynamo to keeps it for spin the electric current and take electric current 
variable builds [ wasp ] with the board . A variable  will send the electric current  appeareds to open the stump 
makes straight for.
            when  invent finished already bring it to test slicing a banana  and measure electric energy saving 
Step  doing
         1.We study the state of the community about side earning a living problem within the
community
         2.  We  design the Slice Machine
            3.  procure all of equipments  to use in doing invention
         4We  cut the background iron for doing the structure   long 70  centimetres   4 amounts   are  heel 
long 40  centimetres   10 amounts are heel
         5Combine in the structure seeks at the middle point of top iron  and range finding from the middle 
point goes out beside vacate 5 centimetres and spot  then to perforate
         6Paint iron structure with spray for protect rust.
         7.  lead the floating axle comes to the thin bamboo-stripes enters 1 beside  already lead 8 inch sizes , 
add suit the floating axle.
            8.   lead the platform lathes infront flat come to lay directly a hole that pierces to keep  
already a bowl crowdedly
         9. transmitting size inch belts
       10. Range finding from the beam gets down 16  centimetres , already combine in 1 box size inch 
iron , for the platform supports
       11.  cut table student old leg has that can't use already  for bring build [ wasp ] 4 both of legs
       12. cut 30 box long centimetre irons , combine the conclusion and has finished structure
already lead bicycle dynamo come to combine  with the iron box  that reserve
       13. wire the electric line from the dynamo comes to that feel numb , already build [ wasp ]
suit open the stump makes straight for , lead electric connection line stays with  open the
stump makes straight for to build [ wasp ] suit a light bulb
       14cut smooth tinplate , wide 40  centimetres , long 45  centimetres , 3 amounts for close
the side  blow blue with
      15Lead the tinplate that prepare that reserve to come to 1  to cut to the opening  wide
20  centimetres  long 30  centimetres  for the opening  add the gearwheel carries
      16stick the tinplate that reserve with the structure
         17.   set up the dynamo and build [ wasp ] the dynamo suit greedy electricity compiler for
send electricity hand down , battery
         18.  check  that the dynamo can to produce the electric current and the electricity can keep 
the battery   or not  by using an ammeter and ask keep the stump
       19.  set up the small stump size hill . The power comes to suit the floating axle and build
 [ wasp ] with fire switch
       20.  check see that  or not are small stump hill and fire switch can can work
       21. check all part that  good strong , already check work efficiency .

การประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านกับชาวฟ้าขาว โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา จังหวัดพิษณุโลก

ชื่อการศึกษาค้นคว้าอิสระ    การประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านกับชาวฟ้าขาว  โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา จังหวัดพิษณุโลก
ผู้ศึกษา  นางจันทร์มณี  แตงอ่ำ  ปริญญา  ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต  (การวัดและประเมินผลการศึกษา)   
ปีการศึกษา  2554

บทคัดย่อ

                     การประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านกับชาวฟ้าขาว โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา จังหวัดพิษณุโลก  มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1) ประเมินความพร้อมด้านปัจจัยเบื้องต้นของการดำเนินโครงการ  2) ประเมินกระบวนการดำเนินโครงการ  และ 3) ประเมินผลผลิตของการดำเนินโครงการส่งเสริมการอ่านกับชาวฟ้าขาวโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา จังหวัดพิษณุโลก
                 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา 2 คน ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คน ครูผู้สอน 12 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง และนักเรียน 230 คน ได้มาโดยการสุ่ม         แบบแบ่งชั้น  กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณของทาโร ยามาเน่ รวมกลุ่มตัวอย่างจำนวน 250 คน  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 
    เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  ประกอบด้วยแบบสอบถาม 2 ฉบับ และ     แบบบันทึกข้อมูล 1 ฉบับ  แบบสอบถามเป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ แบบสอบถามสำหรับผู้บริหารและครู  มีค่าดัชนีความสอดคล้องด้านปัจจัยเบื้องต้น เท่ากับ 1.00  ด้านกระบวนการ เท่ากับ 1.00 ค่าความเที่ยงความพร้อมด้านปัจจัยเบื้องต้น เท่ากับ .81  ด้านกระบวนการ เท่ากับ .86 แบบสอบถามสำหรับนักเรียน มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 ค่าความเที่ยง เท่ากับ .83
                ผลการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านกับชาวฟ้าขาวพบว่า 1) ปัจจัยเบื้องต้นของโครงการมีความพร้อมระดับดี  ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกกิจกรรม  2) กระบวนการดำเนินโครงการ  ได้แก่  การปฏิบัติงานตามขั้นตอนการดำเนินงาน การมีส่วนร่วมของครูและนักเรียน การนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดกิจกรรม มีการปฏิบัติในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน  และ 3) ผลผลิตของโครงการ  ด้านความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรม พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจ  ต่อการจัดโครงการส่งเสริมการอ่านกับชาวฟ้าขาว ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน  ส่วนการประเมินการมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียนพบว่า ในภาพรวมของนักเรียน มีผลการประเมิน 95.65 ผ่านเกณฑ์
คำสำคัญ   การประเมิน โครงการ ส่งเสริมการอ่านกับชาวฟ้าขาว

"" สนใจงานฉบับเต็ม ส่งหนังสือ เรียน  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา.......
                        ระบุชื่อเรื่องงานวิจัยที่ต้องการ ของนางจันทร์มณี  แตงอ่ำ   จะจัดส่งไฟล์ให้ฟรีทั่วประเทศ
                       สามารถนำไปปรับแก้เป็นของตนเองได้เลย.



การพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงารนกลุ่มสาระการเรียนวิทยาศาสตร์


ชื่อเรื่อง                การพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานกลุ่มสาระการเรียนวิทยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  อำเภอวัดโบสถ์  จังหวัดพิษณุโลก
ผู้วิจัย                      นางจันทร์มณี  แตงอ่ำ
โรงเรียน                โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  อำเภอวัดโบสถ์  จังหวัดพิษณุโลก  ปีที่พิมพ์ 2552

บทคัดย่อ

                การเรียนรู้โดยโครงงาน  จะช่วยให้นักเรียนรู้จักการทำวิจัยง่าย ๆ  รู้จักค้นคว้าหาความรู้และหาคำตอบด้วยตนเองได้ รู้จักคิดวิเคราะห์  คิดสังเคราะห์ และสามารถช่วยในการฝึกทักษะการสร้างองความรู้ด้วยตนเองของนักเรียน  ประกอบกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดไว้ว่า  ให้นักเรียนที่เรียนในช่วงชั้นที่   4  ทุกคน  ได้เรียนรู้แบบโครงงานอย่างน้อยภาคเรียนละ  เรื่อง 
ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเกิดความคุ้นเคยกับกระบวนการเรียนรู้ด้วยโครงงาน  แต่นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการจัดกิจกรรมโครงงาน  ดังนั้น  ผู้วิจัยจึงได้ดำเนินการพัฒนานักเรียนด้านการเรียนรู้
โดยใช้โครงงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก  เขต 3  การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับ
คุณภาพผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1
โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  ด้วยการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน  และเพื่อการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  อำเภอวัดโบสถ์จังหวัดพิษณุโลก   โดยใช้การเรียนรู้แบบโครงงาน   การวิจัยครั้งนี้ใช้กลยุทธ์การพัฒนา  กลยุทธ์ คือ  การศึกษาเอกสาร   การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน  การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้โครงงาน เนื้อหาการพัฒนาได้แก่  ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบประเภทของโครงงาน  ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน  โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research)  2  วงรอบ  แต่ละวงรอบประกอบด้วย  การวางแผน (Planning)  การปฏิบัติ (Action)  การสังเกต (Observation)  และการสะท้อนผล (Reflection)  กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่  ผู้ศึกษาค้นคว้า  คน   หรือกลุ่มเป้าหมายและให้ข้อมูล  จำนวน  41  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่  แบบสัมภาษณ์นักเรียน  แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน  แบบบันทึกประจำวันของผู้วิจัย  แบบประเมินการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation Technique)  และนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงบรรยาย


                ผลการวิจัยข้อมูลพื้นฐานพบว่า  นักเรียนส่วนมากยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบโครงงานในระดับ 3 (ปานกลาง )  และรู้ขั้นตอนการเรียนรู้โดยใช้โครงงานในระดับน้อย 
การพัฒนาวงรอบที่  1 โดยใช้กลยุทธ์การศึกษาดูงาน  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน และการจัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้โครงงาน  การศึกษาดูงานทำให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของโครงงาน  ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โครงงานพอสมควร  ส่วนรายละเอียดของกิจกรรมในแต่ละขั้นตอนนักเรียนกลุ่มเป้าหมายยังเข้าใจไม่ชัดเจนนัก  และการกำหนดรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบยังไม่ครอบคลุม  เมื่อได้ดำเนินการพัฒนาด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแล้ว   นักเรียนกลุ่มเป้าหมายทุกคนเกิดความตระหนัก  และเกิดความพยายามที่จะศึกษาค้นคว้า  เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการเรียนมากขึ้น  นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย  จำนวน  41  คน  สามารถ
การเรียนรู้โดยใช้โครงงานที่มีองค์ประกอบครบสมบูรณ์  สำหรับการพัฒนาในวงรอบที่  ได้ใช้
กลยุทธ์การการเรียนรู้ตามวงรอบที่  1   ทำให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย  มีความรู้ความเข้าใจ  สามารถดำเนินการเรียนรู้โดยใช้โครงงานได้ดียิ่งขึ้น  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น   เกิดความตระหนักในบทบาทหน้าที่  เข้าใจขั้นตอนการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน มีทักษะในการทำโครงงาน  มีความสามารถคิดวิเคราะห์  คิดสังเคราะห์สร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง      


วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชื่อเรื่อง                   การประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์
                                ของนักเรียนโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  จังหวัดพิษณุโลก
ผู้วิจัย                       นางจันทร์มณี  แตงอ่ำ  

บทคัดย่อ

                   การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงประเมินโครงการส่งเสริมคุณคุณธรรมจริยธรรมตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  จังหวัดพิษณุโลก  ปีการศึกษา  2552  ได้ใช้รูปแบบการประเมิน  CIPP  MODEL  มีวัตถุประสงค์เพื่อ   1)   เพื่อประเมินบริบทของโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา จังหวัดพิษณุโลก  2)  เพื่อประเมินปัจจัยเบื้องต้นของโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนวัดโมคุณธรรมจริยธรรมตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  จังหวัดพิษณุโลก
                 การประเมินครั้งนี้เป็นการประเมินจากกลุ่มตับสถ์ศึกษา จังหวัดพิษณุโลก  3) เพื่อประเมินกระบวนการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  จังหวัดพิษณุโลก   4) เพื่อประเมินผลผลิต ของโครงการส่งเสริวอย่าง  ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  จำนวน   15  คน ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูอาจารย์  จำนวน  48  คน นักเรียนโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  จำนวน 270 คน  ผู้ปกครองนักเรียน   จำนวน 270 คน  รวมจำนวน 603  คน
                เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้  คือ 1)  แบบสอบถามความต้องการจำเป็น  ความต้องการของชุมชนและความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนโยบายของโรงเรียนในเรื่องการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์   2)  แบบสอบถามความเหมาะสมหรือความเพียงพอของปัจจัยในการดำเนินโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน  3)  แบบสอบถามการปฏิบัติงานตามโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม  ตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน  4)  แบบสอบถามความพึงพอใจและผลที่เกิดกับนักเรียนด้านความนับผิดชอบ  ความซื่อสัตย์  ความกตัญญูกตเวที  ความมีวินัยและความสามัคคี  โดยมีผลการดำเนินงาน  ดังนี้
                 1. ข้อมูลส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่าง  พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งเป็นผู้บริหาร  ครู-อาจารย์  นักเรียน  ผู้ปกครอง  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง  คิดเป็นร้อยละ 52.57  มีอายุระหว่าง  14 – 20  ปี  คิดเป็นร้อยละ  37.31  ส่วนด้านการศึกษาส่วนใหญ่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่จึงเลือกตอบอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ  51.58  ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการจะเป็นนักเรียนและผู้ปกครอง  คิดเป็นประเภทละ  44.78
               2.  ผลการประเมินบริบทของโครงการ  มีความสอดคล้อง  อยู่ในระดับมาก (= 4.45 )
               3.  ผลการประเมินปัจจัยเบื้องต้น  มีความเหมาะสมเพียงพอ   อยู่ในระดับมาก (=  4.33 ) 
                  4. ผลการประเมินกระบวนการ  มีการปฏิบัติงาน อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.61 )     
  5.  ผลการประเมินผลผลิตของโครงการ
            5.1  ด้านความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครอง   ที่มีต่อโครงการในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด  (=  4.83 )
                         5.2  ด้านความรับผิดชอบ  พบว่านักเรียนมีการปฏิบัติเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านความรับผิดชอบ  ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  (= 4.09 ) 
                         5.3  ด้านความซื่อสัตย์  พบว่านักเรียนมีการปฏิบัติเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านความซื่อสัตย์  ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  (= 4.25 )
                         5.4  ด้านความกตัญญูกตเวที  พบว่านักเรียนมีการปฏิบัติเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านความกตัญญูกตเวที  ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด  (= 4.61 ) 
                         5.5  ด้านความมีวินัย  พบว่านักเรียนมีการปฏิบัติเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านความมีวินัย  ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  (= 4.27 )                                         
                         5.6  ด้านความเสียสละ  พบว่านักเรียนมีการปฏิบัติเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านความเสียสละ  ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  (= 4.19 ) 
                         5.7  ด้านความสามัคคี   พบว่า  นักเรียนมีการปฏิบัติเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านความสามัคคี  ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  (= 4.37 ) 

"""""""""""" สนใจงานฉบับเต็ม ส่งหนังสือ เรียน  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา.....................
                        ระบุชื่อเรื่องงานวิจัยที่ต้องการ ของนางจันทร์มณี  แตงอ่ำ   จะจัดส่งไฟล์ให้ฟรีทั่วประเทศ
                       สามารถนำไปปรับแก้เป็นของตนเองได้เลย.......................







ชื่องานประเมิน       การประเมินกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2
                              โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  จังหวัดพิษณุโลก
ผู้ประเมิน  นางจันทร์มณี  แตงอ่ำ  ปีการศึกษา  2555

บทคัดย่อ

                   การประเมินครั้งนี้เป็นการประเมินกิจกรรมเยี่ยมบ้านของนักเรียน  โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา  จังหวัดพิษณุโลก  มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1. เพื่อประเมินความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของกิจกรรมกับนโยบายการเยี่ยมบ้านตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  2. ประเมินความเหมาะสมของปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้ในการจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน  3. เพื่อประเมินการจัดกิจกรรมตามกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน  4. เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการ

                ผลการประเมินกิจกรรมผู้ปกครองและนักเรียนมีความคิดเห็นว่าความพร้อมด้านบริบทของการจัดกิจกรรมในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  (= 4.32 ) ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ  พบว่าวัตถุประสงค์มีความสอดคล้องกับนโยบายการเยี่ยมบ้านอยู่ในระดับมากที่สุด ผ่านเกณฑ์การประเมิน   ด้านความพร้อมด้านปัจจัยเบื้องต้นของการจัดกิจกรรมในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.01 )  ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ  พบว่าวัตถุประสงค์มีความสอดคล้องกับนโยบายการเยี่ยมบ้านอยู่ในระดับมากที่สุด ผ่านเกณฑ์การประเมิน   ด้านกระบวนการของการจัดกิจกรรมในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.32 )  ผ่านเกณฑ์การประเมิน  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ  พบว่าบรรยากาศขณะที่เยี่ยมบ้าน /ความเป็นกันเอง /การวางตัวของครู และวิธีการประสานความร่วมมือระหว่างครูกับผู้ปกครอง อยู่ในระดับมากที่สุด ผ่านเกณฑ์การประเมิน   ด้านผลผลิตของการจัดกิจกรรมในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.86 )  ผ่านเกณฑ์  การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ  พบว่าทุกข้ออยู่ในระดับ  ในระดับมากที่สุด ผ่านเกณฑ์การประเมิน


คำสำคัญ     การประเมิน  กิจกรรม  เยี่ยมบ้านนักเรียน

"""""""""""" สนใจงานฉบับเต็ม ส่งหนังสือ เรียน  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา.....................
                        ระบุชื่อเรื่องงานวิจัยที่ต้องการ ของนางจันทร์มณี  แตงอ่ำ   จะจัดส่งไฟล์ให้ฟรีทั่วประเทศ
                       สามารถนำไปปรับแก้เป็นของตนเองได้เลย.......................

เครื่อง Super ไซหญ้า

บทคัดย่อ .......... เครื่อง Super ไซหญ้า 

                                เครื่อง Super ไซหญ้า เครื่องนี้ประดิษฐ์ขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อคิดสิ่งประดิษฐ์ ที่ใช้ควบคุมด้วยวิทยุบังคับสามารถนำไปใช้ในการตัดหญ้าภาคสนาม  ทำให้ผู้ควบคุมรถตัดหญ้าไม่ต้อง เข็นรถตัดหญ้า จะทำให้ลดการเมื่อยล้าและความร้อนจากแสงแดด
                เครื่อง Super ไซหญ้า  มีหลักการทำงานของเครื่องยนต์จะใช้การประยุกต์ระหว่างรถตัดหญ้าเข้ากับวิทยุบังคับ จะมีเครื่องส่งสัญญาณด้วยคลื่นวิทยุไปยังชุดรับสัญญาณเพื่อให้ระบบทำงานตาม     ความต้องการของผู้ควบคุม ตัวรีซีฟจะเป็นตัวแปลสัญญาณที่ฝาก
               เมื่อประดิษฐ์เสร็จแล้วนำมาทดสอบในการตัดหญ้า และมากับคลื่นแล้วส่งสัญญานไฟฟ้าไปขับให้มอเตอร์ทำงาน ขับเคลื่อนล้อและบังคับการเลี้ยว และใบมีดที่สำหรับการตัดหญ้าจะได้รับกำลังจากมอเตอร์พัดลมเพื่อหมุนตัดหญ้าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากชุดกำเนิดไฟฟ้า ทำให้มีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้น 6-7 โวลท์การบังคับด้วยรีโมต
               ประโยชน์และคุณค่าของเครื่อง Super ไซหญ้า สามารถตัดหญ้าด้วยความคล่องตัว           ในการตัดหญ้าและเป็นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในการตัดหญ้า นอกจากนี้ ยังมีความเหมาะสม      ด้านการนำไปใช้งานในการตัดหญ้าเพราะมีความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน
               ลักษณะพิเศษคือเครื่อง Super ไซหญ้า  สามารถควบคุมด้วยวิทยุบังคับ ผู้ควบคุมไม่ต้อง  ตากแดดร้อนเนื่องจากอยู่ในที่ร่มก็สามารถควบคุมการทำงานได้


        เจ้าของผลงาน
        คนที่ 1 นายนันทวัฒน์   นาคแดง            
                  คนที่ 2 นางสาวเมธาวี   ดีจันทร์             
       ครูที่ปรึกษา
                       นางจันทร์มณี   แตงอ่ำ              โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา
                       นางมยุรี         เซนักค้า             โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา

        ที่ตั้งโรงเรียน
             ที่ตั้ง  528  หมู่ 4  ตำบลวัดโบสถ์       อำเภอวัดโบสถ์   จังหวัดพิษณุโลก
             โทรศัพท์  055361002        โทรสาร  055361207       มือถือ  0894617802
             E – mail  :  Janmanee_53@hotmail.com


เรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของปลาดุกระหว่างเลี้ยงด้วยหอยเชอรี่กับอาหารสำเร็จรูป

เรื่อง  การศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของปลาดุกระหว่างเลี้ยงด้วยหอยเชอรี่กับอาหารสำเร็จรูป
The education compares with the progress of fierce hand valley fish feeds with a shellfish makes straight
for with the already cooked food

                                                                                                                      โดยจันทร์มณี  แตงอ่ำ

บทคัดย่อ
            งานวิจัยเรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูปผู้จัดทำได้เล็งเห็นประโยชน์ของหอยเชอรี่ที่จะนำมาเลี้ยงปลาดุก  เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายโดยวัตถุประสงค์   ดังนี้ 
                   1. เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตของปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป
                   2. เพื่อศึกษาอาหารที่ทำให้ปลาดุกเจริญเติบโต
                   3. เพื่อศึกษาค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป เพื่อจะได้เป็นประโยชน์แก่ผู้เลี้ยงปลาและผู้ทำการเกษตร
                    จากการทดลองเป็นเวลา 1 เดือนได้พบว่าการเลี้ยงปลาด้วยหอยเชอรี่ทำให้ปลาเจริญเติบโตกว่าปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปเพราะในหอยเชอรี่มีสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของปลาและหาได้ง่ายจากทรัพยากรธรรมชาติ

บทนำ
                  ในปัจจุบันประชาชใหญ่นิยมบริโภคปลากันเป็นจำนวนมากทั้งปลาสลิดปลาตะเพียน และปลาดุก
ปลาดุกเป็นหนึ่งในปลานิยมบริโภค และปัจจุบันปลาดุกมีราคาแพง เพราะมีคนนิยมบริโภคมากปลาดุก
จึงมีจำนวนน้อยและตัวเล็ก เพื่อจะขายได้ราคาดี เลี้ยงปลาโตอย่างรวดเร็ว และเพียงพอต่อตลาด ผู้เลี้ยงจึงใช้
สารเร่งโต เพื่อให้ปลาดุกโตเร็ว ตัวโต ถ้าผู้บริโภคบริโภคกันมากๆอาจจะก่อให้เกิดสารเคมีตกค้างในร่างกาย
ซึ่งจะเกิดโรคต่างๆ
               ส่วนมากการเลี้ยงปลาดุกจะมีปัญหาเรื่องอาหาร เพราะ อาหารที่ใช้เร่งปลาดุกนั้นมีราคาแพง คือ
อาหารสำเร็จรูป ผู้จัดทำจึงได้คิดค้นวิธีที่จะแก้ไขโดยนำสิ่งที่เป็นอาหารตามท้องถิ่นมาศึกษาเปรียบเทียบ
อาหารสำเร็จ คือหอยเชอรี่ เพราะหอยเชอรี่หาได้ง่ายตามท้องนา อีกทั้งยังเป็นปัญหาของชาวนา 
เพราะหอยเชอรี่ไปกัดกินต้นข้าวของชาวนาเสียหาย ชาวนาจึงต้องใช้สารเคมีกำจัดหอยเชอรี่ซึ่งมีราคาแพง
และเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้ เราจึงนำหอยเชอรี่มาทดลองเพื่อใช้ประโยชน์

วัตถุประสงค์                                                                                                                                                                          
             1.  เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตของปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป
        2.  เพื่อศึกษาสารอาหารที่ทำให้ปลาดุกเจริญเติบโต
             3.  เพื่อศึกษาค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป

อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการทดลอง 
                            1.  ปลาดุก      6  ตัว                                                  7.  ผักตบชวา 10  กอ
                            2.  ผ้ายาง        2  ผืน                                                  8.  ดิน              5 ขีด
                            3.  จอบ           1 อัน                                                  9.  ตะปู          16  ตัว
                            4.  เสียม          1 อัน                                                10. ค้อน             1  อัน
                            5.  ตลับเมตร   1 อัน                                                11.  ถัง             15  ถัง
                            6.  ไม้              8  อัน                                               12. น้ำ              10  ลิตร

วิธีการทดลอง
                         แบ่งการทดลองเป็นขั้นตอน  3  ตอน  คือ                         
                        ตอนที่  1  ศึกษาการเจริญเติบโตของปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป
                       1.  ขุดบ่อเลี้ยงปลาขนาดความกว้าง   60  ซม.  ยาว  70  ซม.
                       2.  ปล่อยปลาลงบ่อบ่อละ  3  ตัว น้ำหนักปลาดุกแต่ละบ่อรวม   5  ขีด
                       3.  ให้อาหารปลา  3  ขีด  เวลาเย็น
                       4.  จดบันทึกการเจริญเติบโตของปลาแต่ละบ่อในระยะเวลา 1 เดือน 
                       5 .สรุปการเจริญเติบโตของปลาดุก
                       ตอนที่  2   ศึกษาสารอาหารที่ทำให้ปลาดุกเจริญเติบโต
                       1.  ศึกษาสารอาหารในหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป
                       2.  จดบันทึกสารอาหารในหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป
                       3.  สรุปสารอาหารในหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป              
                      ตอนที่  3  ศึกษาค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป
                     1.  สำรวจค่าใช้จ่ายระหว่างหอยเชอรี่กับอาหารสำเร็จรูปในการเลี้ยงปลาดุก
                     2.  จดบันทึกค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงปลาดุกระหว่างหอยเชอรี่กับอาหารสำเร็จรูป
                     3.  สรุปค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงปลาดุกระหว่างหอยเชอรี่กับอาหารสำเร็จรูป

        ผลการวิจัย
          ตอนที่ การเจริญเติบโตของปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป

วันที่/เดือน/ปี ที่สำรวจ
น้ำหนักของปลาที่เลี้ยงด้วย
หอยเชอรี่
น้ำหนักของปลาที่เลี้ยงด้วย
อาหารสำเร็จรูป
10 / ธ.ค. / 53
500 กรัม
500 กรัม
13 / ธ.ค./ 53
550 กรัม
600 กรัม
16 / ธ.ค./ 53
600 กรัม
650 กรัม
19 / ธ.ค./ 53
650 กรัม
650 กรัม
22 / ธ.ค./ 53
700 กรัม
675 กรัม
25 / ธ.ค./ 53
750 กรัม
700 กรัม
28 / ธ.ค./ 53
800 กรัม
725 กรัม
31 / ธ.ค./ 53
825 กรัม
750 กรัม
3 / ม.ค./ 54
850 กรัม
800 กรัม
6 / ม.ค./ 54
875 กรัม
850 กรัม
9 / ม.ค./ 54
875 กรัม
875 กรัม
10 / ม.ค./ 54
925 กรัม
900 กรัม


               ตอนที่ 2  ผลการศึกษาสารอาหารที่ทำให้ปลาดุกเจริญเติบโต
             

ธาตุอาหารที่พบในหอยเชอรี่
ธาตุอาหารที่พบในอาหารสำเร็จรูป
โปรตีน         56.25
โปรตีนมากว่า  20 %
ไขมัน                1.65
ไขมันมากว่า  4%
แคลเซียม           6.91
กากน้อยกว่า 2%
ฟอสฟอรัส         0.82
-
ไฟเบอร์              5.27
-
เถ้า                     20.66
-


ตอนที่ 3 ศึกษาค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่และอาหารสำเร็จรูป


อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาดุก
ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงปลาดุก
1. หอยเชอรี่
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
2. อาหารสำเร็จรูป
1 เดือนใช้ 9 กิโลกรัม 3 ขีด เป็นเงิน  225 บาท


 สรุปและอภิปรายผล
                จากการศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของปลาดุกระหว่างเลี้ยงด้วยหอยเชอรี่และ
อาหารสำเร็จรูป พบว่าหอยเชอรี่มีสารอาหารที่ทำให้ปลาดุกเจริญเติบโตมากกว่าปลาดุกที่เลี้ยงด้วย
อาหารสำเร็จรูปและปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่นั้นยังช่วยให้ลดต้นทุนในการเลี้ยงปลาดุกอีกด้วย  
สำหรับธาตุอาหารที่พบในหอยเชอรี่เป็นธาตุอาหารที่คล้ายคลึงกับธาตุอาหารที่พบในอาหารสำเร็จรูป
ที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของปลาดุก ส่วนค่าใช้จ่ายที่เลี้ยงปลาดุกด้วยหอยเชอรี่นั้น
จะไม่สิ้นเปลือง เพราะสามารถหาได้ตามธรรมชาติและเป็นการใช้ทรัพยากรให้มีคุณค่า
               ในการทดลองการเลี้ยงปลาดุกด้วยหอยเชอรี่นั้นปลาดุกมีการเจริญเติบโตที่ดีเพราะมี
สารอาหารที่จำเป็นต่อการเลี้ยงปลาดุกและยังสามารถนำมาเลี้ยงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพราะหอยเชอรี่นั้น
เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติหาได้ง่ายและจะได้ช่วยกำจัดหอยเชอรี่ในนาข้าวโดยไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัด
ศัตรูพืชซึ่งมีราคาแพงและอันตรายต่อผู้ใช้

ข้อเสนอแนะ
             ควรศึกษาทดลองเพิ่มเติม เกี่ยวกับปลาชนิดอื่น เช่น ปลานิล ปลาทับทิม เป็นต้น มาทดลอง
เลี้ยงด้วยหอยชนิดอื่น เช่น หอยกาบ หอยขม เป็นต้น เพื่อให้พัฒนาการเลี้ยงปลาดุกให้ดีขึ้น ลดปัญหา
ค่าอาหารเลี้ยงปลามีราคาแพงและการใช้สารเคมีในการเลี้ยงปลาซึ่งเป็นอันตรายแก่ผู้เลี้ยงและผู้บริโภค

เอกสารอ้างอิง
ชวัลณัฐ    บุญภัคดี  และคณะ.(2547) โครงงานกระดาษลิตมัสวัดค่า pH จากผลไม้พื้นบ้าน.อัดสำเนา
รสรินทร์   ฝ่ามาย  และคณะ(2547)  โครงงานวิทยาศาสตร์วุ้นโอเอซิสประยุกต์. อัดสำเนา   
ศรัณยพงศ์  คงทอง  และคณะ.(2547)โครงงานวิทยาศาสตร์การศึกษาผลของวิตามินซีการเป็นสาร
              ต้านอนุมูลอิสร   อัดสำเนา
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(2552) วิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ.กรุงเทพ :
               อินเตอร์เอ็ดดูเคชันพลายซัพพลายส์